AI

ปัญหาที่อาจจะเกิดในอนาคตคือ “กฏหมายก้าวไม่ทันเทคโนโลยี”

หลายๆ องค์กรได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ และพยายามเร่งเรียนรู้ปัญหา อัพสปีดการร่างกติกาเกี่ยวกับเทคโนโลยีให้ทันความเร็วของการพัฒนา

อย่าง GDPR ข้อบังคับที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ใน EU และพัฒนามาเป็นกติกาบังคับใช้กันอย่างจริงจังในหลายประเทศ ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) ได้นำเสนอ “ร่างข้อกำหนดควบคุมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” เป็นกฎหมายแรกของโลกในการกำกับดูแลขอบเขตการใช้งาน AI ของบริษัท หลังจากมีการถกเถียงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ AI

ufabet

บทความอื่น ๆ : แนะนำการทำ Yield Farming บน Solana รับผลตอบแทนสูง

แน่นอนว่า EU เองก็เป็นตัวหลักในการผลักดันให้นํา AI มาใช้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและแก้ปัญหาของแต่ละประเทศ รวมถึงได้ทุ่มงบสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI & Robotics เพิ่มเป็น 3 เท่าในปี ค.ศ.2020 ที่ผ่านมา (จาก 500 ล้านเป็น 1,500 ล้านยูโร) แต่ก็เพราะเห็นประเด็นท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านจริยธรรม มาตรฐานความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดระยะเวลาการพัฒนา EU จึงให้ความสําคัญกับการสร้างกติกากำกับดูแลที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของ AI ด้วย (เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดีด้วย!)

“ร่างข้อกำหนดควบคุมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” จึงเป็นผลลัพธ์ของ EU หลังจากเริ่มต้นด้วย AI Strategy ตั้งแต่ปี ค.ศ.2018 โดยร่างข้อกำหนดฯ นี้ ถูกร่างขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่า AI ที่ใช้ในกันนั้นมีความปลอดภัย เคารพหลักสิทธิขั้นพื้นฐาน และให้มีกฎหมายที่แน่นอนในการรองรับ ทั้งสำหรับนักพัฒนา นักลงทุน ผู้ใช้งาน และภาครัฐ โดยแบ่งความเสี่ยง AI เป็น 4 ระดับ พร้อมกรอบในการกำกับดูแล

ระดับที่ 1 ยอมรับไม่ได้ : เป็น AI ที่ละเมิดสิทธิและความปลอดภัยของผู้คน เช่น AI ที่รัฐใช้ให้คะแนนประชาชน (อย่างในประเทศจีน) โดย AI ประเภทนี้จะถูกแบนจาก EU

ระดับที่ 2 ความเสี่ยงสูง : โดยจะดูทั้งวัตถุประสงค์และกระบวนการพัฒนา ตั้งแต่ชุดข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน อัลกอริธึมในการประมวลผล จนถึงวิธีการส่งมอบข้อมูลให้ผู้ใช้ AI ที่เข้าข่ายระดับนี้ เป็น AI ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การระบุตัวตนทางชีวภาพ ตลอดจนการให้ข้อมูลเพื่อบริการสาธารณะต่างๆ (แต่ยกเว้นประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ) โดยจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตลอดขั้นตอนการพัฒนา รวมถึงปฏิบัติตามข้อผูกพันที่กำหนด

ระดับที่ 3 ความเสี่ยงจำกัด : เช่น แชทบอท โดยกำหนดให้ผู้พัฒนาจะต้องเปิดเผยต่อผู้ใช้ให้ชัดเจนว่ากำลังคุยกับ AI อยู่

ระดับที่ 4 ความเสี่ยงต่ำ : AI อื่นๆ ที่ไม่ได้เข้ากลุ่ม 3 ระดับแรก จะไม่ได้มีข้อกำหนดในการกำกับดูแล เพียงแต่ก็เป็นหน้าที่ของนักพัฒนาในการตระหนักถึงผู้ใช้งานและผลกระทบต่อสังคมโดยกำหนดบทลงโทษเบื้องต้นไว้ว่า หากมีการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับเหล่านี้ จะต้องถูกปรับ 6% จากรายได้ทั้งหมด นอกจากนี้ จะยังมีการตั้ง European Artificial Intelligence Board (EAIB) เพื่อสนับสนุนประเทศต่างๆ ในการนำร่างข้อกำหนดไปใช้งาน

หลายสำนักออกมาให้ความเห็นตรงกันว่า กฎหมายใหม่ในการกำกับดูแลการใช้ AI นี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของ AI ในอนาคต รวมถึงอาจเป็นต้นแบบสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดกรอบการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของหลายประเทศ เหมือนที่ GDPR เคยเป็นต้นแบบของกติกาในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม การออกข้อบังคับที่หลายๆ ฝ่ายเห็นด้วยและยินยอมปฏิบัติตามก็ไม่ใช่เรื่องง่าย Politico จึงได้มีการคาดการถึงข้อถกเถียงที่น่าจะเกิดขึ้น และความท้าทายที่ EU น่าจะต้องเผชิญในการบังคับใช้ร่างข้อบังคับนี้ไว้ 4 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ในระดับสากล (และอีก 2 ประเด็นเฉพาะในสหรัฐฯ)


อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ : atlantisapartments.net

Releated